Categories:

The Big Short ต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่หนังที่สนุกครับ แต่เป็นหนังบทเรียนการเงิน 101 เลยก็ว่าได้ เพราะจะพูดถึงวิกฤตในปี 2008 หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์นั่นเอง

เนื่องจากทุกวิกฤตมีคนล้ม และมีคนรวยจากวิกฤตเสมอ แต่ถ้าเรายังไม่มีประสบการณ์การผ่านวิกฤตมายังไงก็ไม่มีทางเข้าใจด้วยตัวเองได้แน่ๆครับ จึงต้องมีการเรียนรู้จากหนังหรือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น

ใครพร้อมแล้วเดี๋ยวไปเจาะลึกพร้อมกันได้เลย

The Big Short: เจาะลึกวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ผ่านหนัง

จุดเริ่มต้น: เมื่อ “บ้าน” กลายเป็นสินค้าเก็งกำไร

ในอดีต การกู้ซื้อบ้านเป็นเรื่องยาก ธนาคารจะเลือกเฉพาะคนที่มีประวัติการเงินดี (Prime) แต่ต่อมานักธนาคารหัวใสพบว่า “การปล่อยกู้” คือบ่อเงินบ่อทอง จึงเริ่มขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มที่ไม่มีกำลังจ่าย หรือที่เรียกในหนังว่า “Subprime”

  • NINJA Loans: เป็นคำย่อที่ตลกร้ายมาก หมายถึง No Income, No Job, Assets (ไม่มีรายได้ ไม่มีงาน ไม่มีสินทรัพย์) แต่ธนาคารก็ยังปล่อยกู้ให้ เพราะเชื่อว่าราคาบ้านจะ “ไม่มีวันตก”

เครื่องมือทางการเงินที่ “ซ่อนขยะ” ไว้ใต้พรม

หนังอธิบายคำศัพท์ยากๆ ด้วยการเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัดเจน:

  • MBS (Mortgage-Backed Securities): เปรียบเหมือน “กองปลา” ที่ธนาคารเอาหนี้บ้านของคนนับพันมารวมกันแล้วขายให้นักลงทุน
  • CDO (Collateralized Debt Obligation): เมื่อมี “ปลาเน่า” (หนี้เสีย) เยอะจนขายไม่ได้ เชฟ (ธนาคาร) เลยเอาปลาเน่านั้นมาหั่นสับรวมกับอาหารทะเลอื่นๆ แล้วทำเป็น “ซุปปลาใหม่” (CDO) เพื่อหลอกขายว่ามันคือของดีระดับ 5 ดาว (เรตติ้ง AAA)
  • Synthetic CDO: คือการเอาการพนันว่าซุปถ้วยนั้นจะอร่อยหรือไม่มาสร้างเป็นสินค้าตัวใหม่ (เป็นการพนันซ้อนการพนันที่ทำให้มูลค่าความเสียหายขยายใหญ่กว่าความเป็นจริงมหาศาล)

The Big Short: เดิมพันข้างที่คนทั้งโลกคิดว่า “บ้า”

ตัวเอกของเรื่องอย่าง Michael Burry เห็นความผิดปกติว่า “คนเริ่มเบี้ยวหนี้บ้าน” เขาจึงทำสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำ คือการไปขอ Short ตลาดอสังหาริมทรัพย์

  • Short คืออะไร? คือการ “พนันว่าราคาจะตก”
  • เขาสร้างเครื่องมือที่เรียกว่า CDS (Credit Default Swap) หรือการทำประกันหนี้เสีย โดยยอมจ่ายค่าธรรมเนียมมหาศาลทุกเดือน เพื่อรอวันที่ฟองสบู่แตกและรับเงินก้อนโต

ทำไมวิกฤตนี้ถึงเกิดขึ้นได้? (ปัจจัยทางจิตวิทยา)

  • Incentive (แรงจูงใจที่ผิด): พนักงานขายบ้านได้ค่าคอมมิชชั่นจากการปล่อยกู้ โดยไม่สนใจว่าลูกหนี้จะจ่ายไหวไหม
  • Rating Agencies (สถาบันจัดอันดับ): ยอมให้เรตติ้ง AAA กับขยะเน่าๆ เพราะถ้าไม่ให้ ธนาคารก็จะไปจ้างคู่แข่งแทน
  • Optimism Bias: ทุกคนเชื่อว่า “ราคาบ้านมีแต่จะขึ้น” จนมองไม่เห็นความจริงที่อยู่ตรงหน้า

บทเรียนที่ได้จาก The Big Short

“ไม่ใช่สิ่งที่คุณไม่รู้ที่ทำให้คุณลำบาก แต่เป็นสิ่งที่คุณ ‘มั่นใจว่ารู้’ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่”

  1. อย่าลงทุนในสิ่งที่ไม่เข้าใจ: ถ้าคุณอธิบายไม่ได้ว่าเงินของคุณงอกเงยมาจากไหน แสดงว่าคุณกำลังเสี่ยง
  2. ความโปร่งใสคือหัวใจ: เมื่อระบบการเงินซับซ้อนเกินไป มักจะมี “ขยะ” ซ่อนอยู่เสมอ
  3. ไม่มีอะไรที่ Too Big to Fail: ธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง Lehman Brothers ที่เคยดูมั่นคงที่สุด ก็ล้มละลายได้ในพริบตา

บางครั้งคิดว่าตัวเองถูกหวยไวในชีวิต เรื่องนี้จะต้องเปลี่ยนชีวิตเราแน่นอน แต่บางครั้งอาจจะเป็นการเข้าใจผิดฝ่ายเดียวจนทำให้เกิดความเสียหายครั้งใหญ่ได้ครับ

Tags:

No responses yet

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *